General News

‘หมิงเฉิน’ฉาย‘ช่องโหว่’ตั้งต้น‘ขันน็อต’ความมั่นคง-ปลอดภัยสาธารณะ

นักอาชญาวิทยาชี้เหตุสะท้อนภัยคุกคามยุคใหม่ ตั้งแต่การคัดกรองบุคคล อาวุธ ไปถึงการเชื่อมโยงข้อมูลและความเชื่อมั่นของประชาชน

พฤติกรรมของ“หมิงเฉิน ซัน” กำลังฉายให้เห็นสิ่งที่มากกว่าซุกไว้“ใต้พรม” แต่ลงลึกถึงใต้“ภูเขาน้ำแข็ง” ที่น่ากลัวคือมี หมิงเฉิน ซัน อีกกี่คนที่ใช้ชีวิตเสมือนปกติแบบรู้หน้า ไม่รู้…ใคร “ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามมุมมองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในเชิงอาชญาวิทยา กับรศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล นักอาชญาวิทยา และอนุกรรมการ ก.ตร.เกี่ยวกับการพัฒนางานสืบสวนสอบสวน ชี้เรื่องนี้กำลังสะท้อนถึงความมั่นคง ทั้งการคัดกรองคนต่างชาติเข้าประเทศ การครอบครองอาวุธ การมีแผนประทุษกรรมที่ผู้ต้องหาจัดเตรียมไว้ ซึ่งหากไม่เกิดอุบัติเหตุจะกลายเป็นชายผู้นี้ยังคงอยู่ในประเทศไทย โดยที่เราไม่รู้ว่าได้มีแผนประทุษกรรมใดกันแน่ หรือจะมาก่อเหตุในประเทศหรือต่างประเทศ หลักฐานพบ“คลังแสง”ส่งสัญญาณความปลอดภัยสาธารณะ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ ระบุต้องยอมรับนี่คือ “ภัยคุกคามยุคใหม่”ที่ไม่ใช่อาชญากรรมดั้งเดิมแบบที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่าคนทั่วไปเองสามารถซุกซ่อนอาวุธ ซุกซ่อนระเบิด ใช้ประเทศไทยเป็นฐานและไปก่ออาชญากรรมที่อื่นก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัว หากไม่มีการคัดกรองบุคคลเข้าประเทศที่เชื่อมโยงระบบข้อมูลที่ดีพอ ไม่มีการใช้เทคโนโลยีมาตรวจจับเฝ้าระวัง แม้กระทั่งการรับแจ้งเบาะแสจากภาคประชาชนที่ต้องมีความเชื่อมั่น ประชาชนถึงจะแจ้งมา ประกอบกับปัญหาทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐเองยังแก้ไขไม่ได้ จุดนี้เป็นเรื่องอันตรายสำหรับความปลอดภัยสาธารณะของประชาชน การตรวจพบครั้งนี้สะท้อนถึงการดูแลความปลอดภัยสาธารณะ สะท้อนถึงความมั่นคง สะท้อนถึงระบบที่เรายังมีปัญหาอยู่ในระบบราชการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาวุธปืนสั้นที่เป็นของตำรวจซึ่งซื้อโดยโควตาสวัสดิการ เหตุใดตกไปอยู่ในมือผู้ต้องหา อาวุธปืนยาวที่มีทหารเรือนอกราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง กระทั่งการได้มาซึ่งเลขประจำตัวประชาชนในบัตรสีชมพูเฉพาะคนต่างชาติที่ไม่มีสัญชาติไทย “ตรงนี้ตนมองเป็นเรื่องน่ากังวล ทำไมเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเหมือนปัญหาซ้อนปัญหา นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาระบบ ทั้งเรื่องความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคง” ‘ย้อนแย้ง’สะสมอาวุธ ซึมเศร้าหวังทำร้ายตัวเอง?. คนเป็นโรคซึมเศร้ามีแต่จะทำร้ายตัวเองโดยอาการของโรค ไม่พบที่มีการเตรียมอาวุธไปทำร้ายคนอื่น รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ ให้ความเห็น พร้อมเผยผู้ต้องหาสามารถให้การอย่างไรก็ได้ ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลอาการทางจิต หรือโรคซึมเศร้า แต่ต้องดูที่พยานหลักฐานว่ามีความเชื่อมโยงโดยเฉพาะการตรวจประเมินของแพทย์ รวมถึงประวัติการรักษา “การจัดเตรียมอาวุธเป็นเหมือนการส่อเจตนาที่ไม่ใช่จะทำร้ายตนเอง เพราะคนที่เป็นโรคซึมเศร้าจะไม่ได้มาโฟกัสเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องไปพิสูจน์ทราบให้ได้” เคสนี้มีความน่าสนใจตรงที่เหตุใดจึงอ้างว่าเป็นโรคซึมเศร้า รวมถึงยังพบความผิดปกติหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาอาวุธปืนสั้น อาวุธปืนยาว ระเบิด C4 ปืน M4 เป็นเรื่องไม่ปกติทางความคิดของคนๆหนึ่ง ทั้งยังมีการเปิดเผยถึงเงินเข้า-ออกบัญชีหลายสิบล้านบาท การบินไปในหลายประเทศ การมีพาสปอร์ตประเทศอื่น รวมถึงถืออีลิทวีซ่า (Thailand Elite Visa) ลงมือก่อเหตุร้าย ไม่ผูกขาดแค่‘คนไม่ปกติ’ ปัจจุบันต้องยอมรับว่าคนที่ก่อเหตุอาชญากรรมร้ายแรง“ไม่ได้”มีความผิดปกติทางจิตแค่นั้น หลายกรณีพบว่ามีการใช้ชีวิตเหมือน“คนปกติ”ทั่วไปแล้วมีการตระเตรียม มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นขั้นตอน มีการวางวัตถุประสงค์ว่าทำไปเพื่ออะไร เช่น ได้รับการว่าจ้างมาเพื่อประโยชน์ทางการเงิน หรือเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อ คนเหล่านี้ก็ใช้ชีวิตเหมือนปกติทั่วไป ดังนั้น ย้ำว่าการได้รับเบาะแสจากประชาชนจึงสำคัญ แต่ต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่นคือ รับแจ้งแล้วต้องลงไปตรวจสอบอย่างจริงจัง โลกยุคใหม่ เอื้อโอกาสลงมือ ?. อาชญากรรมปัจจุบันมีความซับซ้อน หากต้องเฝ้าระวังหรือสังเกตคงจะต้องอาศัยข้อมูล อาศัยเทคโนโลยี และอาศัยเบาะแสจากภาคประชาชนเหมือนเคส หมิงเฉิน ซัน ที่เจ้าตัวสามารถออกเลขบัตรประชาชนได้ สามารถจัดหาอาวุธปืนได้ สามารถมีรถยนต์ขับได้ ข้อมูลเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วไม่มี “ต่างคนต่างหน่วยกัน ทั้งกรมการปกครอง หน่วยตำรวจ หน่วยทหาร ขนส่งทางบก ไม่มีการแชร์ข้อมูลกัน จึงไม่เจอความผิดปกติของคน ๆ หนึ่ง เคสนี้จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการจับคนร้ายได้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนเรื่องความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงอย่างเป็นระบบ” รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ ระบุ.. ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

หมิงเฉิน ซัน, ช่องโหว่ความมั่นคง, คลังแสง, ภัยคุกคามยุคใหม่, การคัดกรองบุคคล, ความปลอดภัยสาธารณะ, อาชญาวิทยา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Are you human? Please solve:Captcha