จับตาปรับ ครม. รอบ 6 เดือน พร้อมประเด็นร้อนค่าธรรมเนียมเดินทาง

วิเคราะห์กระแสปรับคณะรัฐมนตรีหลังทำงานครบ 6 เดือน ท่ามกลางประเด็นร้อนเรื่องการขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบินและดราม่าทุเรียนลูกละร้อยของรัฐมนตรีพาณิชย์
เมื่อรัฐบาลเดินหน้าบริหารประเทศครบกำหนด 6 เดือน นับจากวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เสียงเรียกร้องให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มรัฐมนตรีที่ไร้ผลงานหรือเป็นเพียงตัวประกอบในโควตาการเมือง ซึ่ง Misryoum มองว่าถึงเวลาแล้วที่ฝ่ายบริหารต้องคัดกรองบุคลากรใหม่
การปรับเปลี่ยนตัวบุคคลในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดแรงเสียดทานจากรัฐมนตรีสายล่อฟ้า หรือกลุ่มคนที่เน้นเพียงการทำคอนเทนต์พีอาร์ฉาบฉวย แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่ารัฐบาลพร้อมจะผลักดันนโยบายที่สร้างรายได้จริง แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงการเบิกจ่ายงบประมาณโดยไม่คำนึงถึงผลสัมฤทธิ์
การปรับทัพครั้งนี้คือบทพิสูจน์สำคัญว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่าการรักษาสมดุลทางอำนาจทางการเมือง ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการกู้คืนความศรัทธาจากภาคประชาชนในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญนี้
ในขณะเดียวกัน ประชาชนที่เตรียมเดินทางไปต่างประเทศหลังวันที่ 20 มิ.ย. 69 อาจต้องเตรียมกระเป๋าฉีก เนื่องจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เตรียมปรับขึ้นค่าธรรมเนียมบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท ใน 6 สนามบินหลักครอบคลุมทั้งสุวรรณภูมิและดอนเมือง
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจากกระทรวงท่องเที่ยวฯ ที่จะรื้อฟื้นการจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร 1,000 บาท เพื่อนำเงินมาสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ แม้ปัจจุบันจะยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและรับฟังความเห็น แต่ก็เป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับนักเดินทางไม่น้อยว่าจะเป็นการซ้ำเติมภาระค่าครองชีพท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
ประเด็นเรื่องค่าธรรมเนียมการเดินทางสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการหาแหล่งรายได้ใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าภาระที่เพิ่มขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของการกระตุ้นเศรษฐกิจและการตัดสินใจเดินทางของประชาชนอย่างไรบ้าง
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่กลายเป็นดราม่าร้อนแรง คือกรณีรัฐมนตรีพาณิชย์ร่วมไลฟ์สดขายทุเรียนพรีเมียมราคาลูกละ 100 บาท จนเกิดคำถามถึงความเข้าใจในกลไกตลาดเกษตรจริง โดยปกติทุเรียนเกรดคุณภาพมักซื้อขายกันตามน้ำหนักและราคาต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าราคาที่ปรากฏในแคมเปญดังกล่าวมาก
แทนที่จะมุ่งเน้นการสร้างกระแสผ่านการตลาดฉาบฉวย Misryoum เห็นว่ากระทรวงพาณิชย์ควรเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งการหาตลาดส่งออกใหม่ในอินเดียและยุโรป การแก้ปัญหานอมินีล้งทุเรียน ไปจนถึงการลดต้นทุนปัจจัยการผลิตและแก้ปัญหาสารตกค้างที่ติดด่านตรวจต่างประเทศ
หากรัฐมนตรีและทีมงานยังคงมองข้ามข้อมูลพื้นฐานทางธุรกิจเกษตรและมุ่งเน้นแต่เพียงภาพลักษณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ปัญหาซ้ำซากของชาวสวนไทยก็คงไม่อาจได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน และความเชื่อมั่นในศักยภาพของกระทรวงพาณิชย์ย่อมถดถอยลงไปตามระเบียบ