อนุทิน ลุยเชียงใหม่ ตั้ง ทรงศักดิ์ คุมทัพดับไฟป่าเหนือ ลั่นไม่ซื้อของจากเผา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่เชียงใหม่สั่งตั้งคณะกรรมการป้องกันภัยพิบัติภาคเหนือ มอบหมาย ทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นประธาน พร้อมเดินหน้ามาตรการเข้มงวดไม่รับซื้อสินค้าเกษตรที่ผ่านการเผาจากเพื่อนบ้าน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อติดตามสถานการณ์และบัญชาการทัพหน้าในการรับมือปัญหาหมอกควันและไฟป่าภาคเหนือ
เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ณ ฐานการบินกองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม นายอนุทินได้ตรวจความพร้อมของเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงทีมกู้ภัยจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองทัพบก และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ไฟป่าที่ยังคงเป็นวิกฤตเรื้อรังของพื้นที่ภาคเหนือ
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายอนุทินได้เน้นย้ำถึงกลไกการทำงานระดับจังหวัดโดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละแห่งทำหน้าที่เป็น Single Command หรือผู้บัญชาการเบ็ดเสร็จในพื้นที่ เพื่อให้การสั่งการเป็นไปอย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ โดยรัฐบาลได้ตัดสินใจแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันภัยพิบัติพื้นที่ภาคเหนือขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ เพื่อยกระดับการทำงานให้มีความคล่องตัวและเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
การตัดสินใจตั้งคณะกรรมการชุดใหม่นี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมองว่าโครงสร้างการบริหารจัดการปัญหาในระดับท้องถิ่นยังต้องการการสนับสนุนเชิงนโยบายที่เข้มข้นขึ้น การให้รองนายกรัฐมนตรีลงมาคุมงานเองในพื้นที่ถือเป็นสัญญาณว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 และการเผาป่าถูกยกให้เป็นวาระแห่งชาติเร่งด่วน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคเหนืออย่างรุนแรง นอกจากนี้ การใช้ Single Command จะช่วยลดปัญหาการเกี่ยงความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
ประเด็นที่น่าจับตามองที่สุดคือการประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาดกับสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน นายอนุทินยืนยันว่าไทยจะไม่รับซื้อสินค้าที่ผ่านกระบวนการเผาทำลายป่า โดยกระทรวงพาณิชย์จะใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลจุดความร้อนตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า หากพบว่ามาจากการเผาจะไม่อนุญาตให้นำเข้าอย่างเด็ดขาด โดยนายอนุทินมองว่าเรื่องนี้ไม่ต้องเจรจา เพราะเป็นสิทธิของประเทศในการกำหนดมาตรฐานสินค้าเข้าเมือง
นอกจากมาตรการภายนอกแล้ว รัฐบาลยังเตรียมยกระดับการควบคุมภายในประเทศด้วยการห้ามเข้าพื้นที่ป่าสงวนและอุทยานในเขตภาคเหนือโดยเด็ดขาดในช่วงนี้ พร้อมกับสั่งบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด ข้อมูลระบุว่ามีการดำเนินคดีไปแล้วกว่า 1,200 คดี และในชั้นศาลส่วนใหญ่ไม่มีการรอลงอาญา ซึ่งถือเป็นการป้องปรามที่รุนแรงเพื่อกดดันไม่ให้เกิดการลักลอบเผาป่าเพิ่มขึ้น
ในด้านกฎหมายระยะยาว นายอนุทินได้แสดงจุดยืนสนับสนุน พ.ร.บ.อากาศสะอาด อย่างเต็มที่ โดยระบุว่าเป็นกฎหมายสำคัญที่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคให้การสนับสนุน และอยู่ในขั้นตอนการส่งต่อไปยังวุฒิสภา การขับเคลื่อนกฎหมายนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโครงสร้างการจัดการอากาศบริสุทธิ์ให้ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเหมือนที่ผ่านมา