จี แคปปิตอล จับมือ เอไอออเนกซ์ ปั้นเกาะเต่าต้นแบบเมืองท่องเที่ยวพลังงานสะอาด

จี แคปปิตอล และ เอไอออเนกซ์ ร่วมผลักดันเกาะเต่าสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำด้วยนวัตกรรมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ พร้อมหนุนสินเชื่อพิเศษเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
เกาะเต่ากำลังเปลี่ยนโฉมหน้าสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวสีเขียวอย่างเต็มตัว ผ่านความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างบริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอไอออเนกซ์ จำกัด ที่มุ่งมั่นยกระดับการเดินทางบนเกาะให้กลายเป็นต้นแบบของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน สอดรับกับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ที่เน้นการรักษาสมดุลระหว่างธรรมชาติและชุมชน
หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการนำเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่หรือ Battery Swapping มาใช้งาน เพื่อลดข้อจำกัดเรื่องเวลาในการชาร์จและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ประกอบการบนเกาะ โดยเป้าหมายหลักคือการลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมลภาวะทางอากาศและเสียงบนเกาะท่องเที่ยวชื่อดังแห่งนี้
การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการลดรอยเท้าคาร์บอนจากการท่องเที่ยว โดยเน้นการสร้างพฤติกรรมใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ใส่ใจธรรมชาติและตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นจุดหมายปลายทางที่ยั่งยืนของเกาะเต่าในระดับสากล
เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลาย จี แคปปิตอล ได้เข้ามาสนับสนุนด้านการเงินผ่านบริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการให้เช่ารถ โรงแรม และประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงการครอบครองยานพาหนะพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น ด้วยเงื่อนไขพิเศษดาวน์ 0% และผ่อนชำระได้นานถึง 3 ปี
ผลลัพธ์จากการดำเนินงานตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงทิศทางที่เป็นบวกอย่างชัดเจน จากการเก็บข้อมูลถึงเดือนเมษายนพบว่ามีการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้วกว่า 13,425 กิโลเมตร ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 583.90 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเป้าหมายทางสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ในบริบทนี้ การสนับสนุนทางการเงินที่ไม่เป็นภาระหนักเกินไปสำหรับคนในพื้นที่ นับเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่แท้จริง เพราะหากผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น ความกังวลเรื่องต้นทุนก็จะถูกแทนที่ด้วยความคุ้มค่าจากการประหยัดพลังงานและการได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว
ความสำเร็จในระยะเริ่มต้นนี้ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความพยายามร่วมกันในการผลักดันเกาะเต่าให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคต ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ยั่งยืน แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกด้วย
ความร่วมมือนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อนวัตกรรมพลังงานสะอาดถูกผสานเข้ากับเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม ก็สามารถเปลี่ยนเมืองท่องเที่ยวให้กลายเป็นต้นแบบสีเขียวที่จับต้องได้จริง ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่น่าชื่นชมและควรค่าแก่การขยายผลไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในประเทศต่อไป