Thailand News

‘โสภณ’ ลุย จ.บุรีรัมย์ แยกเคส ‘สีแดง’ คลุ้มคลั่ง ปลอดภัยหายห่วง

นายโสภณ ซารัมย์ ลงพื้นที่บุรีรัมย์ขับเคลื่อนนโยบาย “รวมพลังรักศรัทธา” สั่งแยกผู้ป่วยยาเสพติดเคสสีแดงออกจากผู้ป่วยทั่วไป เพื่อความปลอดภัย พร้อมหนุนงบประมาณสร้างห้องบำบัดมาตรฐาน

การลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงความใส่ใจในปัญหาความปลอดภัยภายในสถานพยาบาล หลังพบว่าการปะปนของผู้ป่วยอาการคลุ้มคลั่งกับผู้ป่วยทั่วไปอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน

นายโสภณได้เดินทางไปยัง อ.หนองหงส์ และ อ.ลำปลายมาศ เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการ “รวมพลังรักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” โดยเน้นย้ำถึงมาตรการแยกผู้ป่วยที่มีอาการคลุ้มคลั่งหรือที่เรียกว่า “เคสสีแดง” ออกมายังห้อง “รวมใจรักศรัทธา” ซึ่งได้รับการสนับสนุนการปรับปรุงสถานที่ให้มีความมั่นคงแข็งแรงจากมูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนกลางของโรงพยาบาล

ยกระดับความปลอดภัยด้วยนวัตกรรมทางสังคม

การแก้ปัญหายาเสพติดในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การบำบัดรักษาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดการสภาพแวดล้อมภายในโรงพยาบาลให้เอื้อต่อการทำงานของหมอและพยาบาล นายโสภณกล่าวว่า การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัคร “รักศรัทธา” ที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นผู้ช่วยดูแลความปลอดภัย ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยสร้างเกราะคุ้มกันให้กับผู้ป่วยทั่วไปและเจ้าหน้าที่ ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี

ในแง่มุมของการบริหารจัดการสาธารณสุข การที่สถานพยาบาลขนาดกลางหรือขนาดเล็กในต่างอำเภอสามารถแยกโซนผู้ป่วยเคสสีแดงได้อย่างชัดเจน ถือเป็นการปรับตัวที่สำคัญต่อสถานการณ์ยาเสพติดที่รุนแรงขึ้นในปัจจุบัน การใช้มาตรการนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้านในพื้นที่ แต่ยังเป็นต้นแบบให้กับโรงพยาบาลชุมชนอื่นๆ ในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันเหตุความรุนแรงที่เกิดจากอาการทางจิตประสาทจากการใช้สารเสพติดเกินขนาด

นอกจากมิติด้านความปลอดภัยแล้ว สิ่งสำคัญที่ Misryoum มองเห็นคือการสร้าง “แรงบันดาลใจ” ให้กับผู้เข้ารับการบำบัด การมอบเงินสนับสนุนจากมูลนิธิฯ และคำแนะนำในการใช้ชีวิตจากนายโสภณ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่ได้ถูกทอดทิ้ง แต่ได้รับโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมผ่านกลไกความรักจากครอบครัวและการสนับสนุนจากคนรอบข้าง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในระยะยาว

บทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติที่ลงมาขับเคลื่อนนโยบายถึงระดับพื้นที่เช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง แทนที่จะปล่อยให้เป็นเพียงนโยบายบนหน้ากระดาษ ความเข้มแข็งของชุมชนที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน จึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดในการรับมือกับวิกฤตยาเสพติดที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน