โพล 2 สำนักชี้ ‘เอกนัฏ’ รมต.รุ่นใหม่ ประชาชนพอใจ-เชื่อมั่นแก้พลังงาน-ค่าครองชีพ

ผลสำรวจล่าสุดจาก 2 สำนักโพลยักษ์ใหญ่ สะท้อนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อ 'เอกนัฏ พร้อมพันธุ์' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชูผลงานเด่นแก้ปัญหาราคาพลังงานและการลงพื้นที่จริงใจ หวังเห็นการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานระยะยาว
ผลการสำรวจจาก 2 สำนักโพลดังล่าสุด ได้แก่ ซูเปอร์โพล และสยามเทคโนโพล ฉายภาพชัดเจนถึงกระแสตอบรับของประชาชนที่มีต่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะรัฐมนตรีรุ่นใหม่ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นผ่านผลงานเชิงประจักษ์และการทำงานที่เข้าถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
จากการสำรวจของซูเปอร์โพลโดยกลุ่มตัวอย่าง 1,259 คน พบว่าประชาชนกว่าร้อยละ 67.9 มีความเชื่อมั่นในตัวรัฐมนตรีพลังงานในระดับมากถึงมากที่สุด โดยชูจุดเด่นเรื่องความจริงจังในการทำงานและความโปร่งใส สอดคล้องกับผลสำรวจของสยามเทคโนโพลที่ระบุว่า ประชาชนร้อยละ 62.5 พอใจในภาพลักษณ์และการทำงานของนายเอกนัฏ โดยเฉพาะการลดค่าไฟและค่าน้ำมันที่เป็นต้นทุนชีวิตสำคัญ
การที่ประชาชนให้คะแนนความเชื่อมั่นสูงไม่ได้เกิดขึ้นจากกระแสชั่วคราว แต่เป็นผลจากการที่รัฐมนตรีพลังงานเลือกใช้แนวทาง “ภาวะผู้นำเชิงปฏิบัติ” หรือการลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งตอบโจทย์วิกฤตค่าครองชีพที่ประชาชนเผชิญอยู่โดยตรง การทำงานสไตล์ “ขาลุย” ของทีมงานทำให้ภาพลักษณ์ที่เคยดูห่างไกลจากประชาชน เปลี่ยนเป็นการรับรู้ถึงความจริงจังในการแก้ปัญหาโครงสร้างราคาพลังงานและการควบคุมธุรกิจให้เกิดความเป็นธรรม
สะท้อนความต้องการ: จากการแก้ไขเฉพาะหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านระบบ
ในมิติของความคาดหวัง ข้อมูลระบุว่าประชาชนกว่าร้อยละ 80 ต้องการเห็นการลดค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับ “พลังงานสะอาด” โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าใช้เองจากโซลาร์เซลล์บนหลังคา ซึ่งมีผู้เห็นด้วยถึงร้อยละ 61.4 สะท้อนให้เห็นว่าในอนาคตอันใกล้ ประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงแค่ราคาพลังงานที่ถูกลง แต่ต้องการทางเลือกที่ยั่งยืนและมั่นคงเพื่อพึ่งพาตนเองได้ในภาวะวิกฤต
ความน่าสนใจที่ปรากฏในผลโพลครั้งนี้คือ “ช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับผลลัพธ์” แม้ประชาชนจะพอใจกับผลงานช่วงแรก แต่การที่โจทย์เรื่องค่าไฟและค่าน้ำมันยังคงเป็นเรื่องใหญ่ แสดงให้เห็นว่าภารกิจต่อไปของกระทรวงพลังงานคือการทำให้การปฏิรูปพลังงานเป็นเรื่องที่สัมผัสได้จริงในทุกครัวเรือน ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางสถิติ การสร้างความโปร่งใสในโครงสร้างราคาจึงเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะเปลี่ยน “ความพอใจ” ให้กลายเป็น “ความยั่งยืน” ทางการเมืองและสังคม
ก้าวต่อไปของกระทรวงพลังงาน: ความท้าทายที่มากกว่าตัวเลข
ในมุมมองเชิงวิเคราะห์ การที่รัฐมนตรีพลังงานได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวกจากทั้งสองสำนักโพลถือเป็นต้นทุนทางสังคมที่สูงมาก อย่างไรก็ตาม ในบริบทการเมืองปัจจุบัน “ความคาดหวัง” มักพุ่งทะยานเร็วกว่า “ผลลัพธ์” เสมอ สิ่งที่น่าจับตามองหลังจากนี้คือ การสื่อสารของกระทรวงฯ ที่จะต้องทำให้นโยบายซับซ้อนอย่างโครงสร้างราคาพลังงาน กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและตรวจสอบได้ เพื่อดึงกลุ่มคนที่ยังไม่แน่ใจให้หันมามั่นใจในทิศทางเดียวกัน
นอกจากนี้ การลงพื้นที่และทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การตัดสินใจเชิงนโยบายมีความรวดเร็วและตอบโจทย์ปัญหาปากท้องได้ทันท่วงที หากกระทรวงพลังงานสามารถรักษาโมเมนตัมของการทำงานเช่นนี้ได้ต่อเนื่อง พร้อมไปกับการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการพลังงานทางเลือกมากขึ้น ความสำเร็จครั้งนี้ย่อมไม่ใช่แค่เพียงกระแสชั่วคราว แต่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการทำงานรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ที่จะถูกวัดผลด้วยความสุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง