thailand news

เจาะลึกมติ ครม. แต่งตั้งข้าราชการและบอร์ดรัฐวิสาหกิจชุดใหม่

สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีล่าสุดกับการโยกย้ายตำแหน่งสำคัญและการแต่งตั้งบอร์ดบริหารชุดใหม่ในหลายหน่วยงานรัฐ

การประชุมคณะรัฐมนตรีล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในหลายหน่วยงานภาครัฐ ผ่านมติเห็นชอบการโยกย้ายข้าราชการและการแต่งตั้งบอร์ดบริหารหน่วยงานสำคัญ โดยเน้นการขับเคลื่อนนโยบายผ่านกลไกผู้แทนการค้าและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาทำหน้าที่

หัวใจสำคัญของการปรับเปลี่ยนครั้งนี้อยู่ที่การแต่งตั้งคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในฐานะผู้แทนการค้าไทยจำนวน 3 ราย ได้แก่ นางนงนุช เพ็ชรรัตน์, นายชุตินทร คงศักดิ์ และนายวีระพงษ์ ประภา เพื่อเข้ามาเสริมทัพขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศให้มีความคล่องตัวและชัดเจนยิ่งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

การแต่งตั้งผู้แทนการค้าไทยถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของรัฐบาลในการสร้างสะพานเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของชาติในเวทีโลก ซึ่งสะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในอนาคตผ่านบุคคลที่มีประสบการณ์สูง

ในฝั่งของงานราชการประจำ มีการปรับทัพครั้งใหญ่ในระดับบริหารระดับสูง โดยเฉพาะการโยกย้าย นายรุ่งเรือง กิจผาติ จากอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้แต่งตั้ง นายไวฑิต โอชวิช ขึ้นเป็นรองเลขาธิการ เพื่อดูแลยุทธศาสตร์น้ำของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังมีการขยับเก้าอี้ข้าราชการระดับบริหาร 2 ราย คือ นางวาสนา ทองจันทร์ และนางจิตติมา กรีอารี ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เพื่อกำกับดูแลงานด้านสังคมและสวัสดิการให้เข้าถึงประชาชนได้ครอบคลุมในทุกมิติ

ในขณะเดียวกัน ทางด้านกระทรวงการคลังได้ดำเนินการแต่งตั้งบอร์ดบริหารชุดใหม่เพื่อเข้ามากำกับดูแลกิจการสำคัญของรัฐ โดยมติ ครม.. อนุมัติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้แก่ นายสุรพล โอภาสเสถียร, นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ และ พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี เพื่อเข้ามาดูแลการบริหารจัดการสลากฯ ให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ คณะกรรมการการยาสูบแห่งประเทศไทยก็ได้สมาชิกบอร์ดชุดใหม่จำนวน 3 คน ได้แก่ นายคณาวุฒิ สิติธีรพันธุ์, นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร และนายเกรียงไกร พัฒนาภรณ์ เพื่อเข้าไปทำหน้าที่ทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงให้องค์กรสามารถเดินหน้าตามภารกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริหารในองค์กรกำกับดูแลของกระทรวงการคลังครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเติมเต็มขีดความสามารถของบอร์ดบริหาร เพื่อให้สามารถดำเนินงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้อย่างคล่องตัวและตรวจสอบได้ในยุคปัจจุบัน

Secret Link