Thailand News

เจาะลึก ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ กับดราม่าคอนเทนต์แรง พ่นพิษปมกาวยาแนว

เปิดเบื้องหลังดราม่าร้อน ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ อินฟลูเอนเซอร์สายคอนเทนต์แรง หลังถูกวิจารณ์หนักปมใช้สิ่งคล้ายกาวยาแนวเล่นสงกรานต์พระประแดง พร้อมวิเคราะห์จุดเปลี่ยนวงการอินฟลูเอนเซอร์ไทยที่เส้นแบ่งความบันเทิงกับความปลอดภัยเริ่มจางลง

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ทันที เมื่อ ‘เบิร์ด วันว่างๆ’ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีสไตล์การทำคอนเทนต์สุดโต่ง ต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากคลิปเล่นน้ำสงกรานต์ที่พระประแดง ซึ่งในคลิปมีการนำถุงที่ระบุว่าเป็นกาวยาแนวไปป้ายหน้าผู้ร่วมเล่นน้ำ จนกลายเป็นคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมและความปลอดภัยต่อสาธารณะ

จากคอนเทนต์แปลกสู่ดราม่าซ้ำซาก

เบิร์ด วันว่างๆ หรือนายธีระวัฒน์ คือยูทูบเบอร์ที่มีชื่อเสียงจากการผลิตคอนเทนต์แนวท้าทายและโลดโผน ซึ่งหลายครั้งถูกตั้งคำถามว่าเข้าข่ายการกลั่นแกล้งผู้อื่นเพื่อเรียกยอดวิวหรือไม่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขามักจะปรากฏตัวพร้อมกิจกรรมชวนหวาดเสียว เช่น การขี่มอเตอร์ไซค์ปล่อยมือหรือการทำคลิปแกล้งคน ซึ่งนอกจากจะสร้างความสนุกให้แฟนคลับบางกลุ่มแล้ว ยังเคยนำพาเขาไปสู่ปัญหาทางกฎหมาย ทั้งการแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงประเด็นความรับผิดชอบต่อคอนเทนต์ที่ถูกมองว่าเข้าข่ายอนาจารหรือสนับสนุนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

แม้ในอดีตเบิร์ดจะเคยแสดงเจตนาปรับเปลี่ยนทิศทางของช่องไปสู่การทำความดีหรือการแจกเงินช่วยเหลือสังคม แต่ดูเหมือนว่าเสน่ห์ของคอนเทนต์ ‘สายแรง’ จะยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดฐานแฟนคลับของเขาได้มากกว่า ทำให้เรามักจะได้เห็นการกลับมาทำคลิปในแนวทางเดิมอยู่เสมอ จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่กลายเป็นประเด็นสังคมในเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา

เบื้องหลังความไวรัลที่แลกมาด้วยความเสี่ยง

ในมุมมองเชิงวิเคราะห์ ปรากฏการณ์ของเบิร์ด วันว่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงกับดักของอินฟลูเอนเซอร์ในยุคที่อัลกอริทึมให้ความสำคัญกับ ‘ความสนใจ’ เหนือสิ่งอื่นใด เมื่อยอดวิวกลายเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จที่จับต้องได้ง่าย ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์จึงมักพยายามก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เพื่อรักษาพื้นที่ในหน้าฟีดของผู้ชม ส่งผลให้เส้นแบ่งระหว่างการหยอกล้อกันตามประสาเทศกาล กับการกระทำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและทรัพย์สินนั้นเลือนลางลงอย่างน่าตกใจ

การที่แบรนด์สินค้าอย่าง ‘จระเข้’ ต้องออกมาเคลื่อนไหวชี้แจงเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด แสดงให้เห็นว่าการนำผลิตภัณฑ์มาใช้ผิดวัตถุประสงค์ในพื้นที่สาธารณะไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตัวผลิตภัณฑ์ แต่ยังกระทบต่อภาพลักษณ์ของวงการอินฟลูเอนเซอร์ในภาพรวม การที่เจ้าตัวออกมาโต้กลับว่าเป็นเพียง ‘แป้งมัน’ ในถุงกาวยาแนวอาจเป็นข้อแก้ต่างในเชิงเทคนิค แต่ในเชิงสังคม ประเด็นที่สำคัญกว่าคือความน่าเชื่อถือของการกระทำนั้น หากเกิดเหตุการณ์ที่ผู้อื่นนำไปทำตามด้วยความเข้าใจผิด ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับใบหน้าหรือดวงตาของผู้บริสุทธิ์นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรถูกมองข้าม

สังคมออนไลน์กับการก้าวข้ามดราม่า

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญให้กับทั้งฝั่งอินฟลูเอนเซอร์และผู้ชม ในอนาคตเราอาจต้องตั้งคำถามว่า ความบันเทิงประเภท ‘เสี่ยง’ แบบนี้ยังเป็นสิ่งที่สังคมต้องการอยู่หรือไม่ การสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ยั่งยืนควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยและการให้เกียรติซึ่งกันและกันมากกว่าการใช้ความตกใจเป็นตัวขับเคลื่อนยอดวิว หากอินฟลูเอนเซอร์ยังคงให้ความสำคัญกับ ‘แสง’ มากกว่าความปลอดภัย ดราม่าครั้งต่อไปอาจไม่จบลงเพียงแค่การแถลงการณ์ แต่จะเป็นการสูญเสียพื้นที่ในการเป็นผู้นำทางความคิดในโลกออนไลน์ไปอย่างถาวร.