พอแล้ว…กับภาระที่แบกไม่ไหวในยุครัฐบาลใหม่

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความสุขและการเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย Misryoum ก็ขออวยพรให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤติทั้งปวงไปได้นะครับ แต่ก็นั่นแหละ ในขณะที่เสียงเพลงสนุกสนานดังขึ้น ความจริงเบื้องหลังกลับดูสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่องวิกฤติพลังงานที่ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางกำลังกระแทกเราเข้าเต็ม ๆ ยิ่งการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ปากีสถานล่มไม่เป็นท่าแบบนี้ บอกเลยว่าปีนี้เหนื่อยแน่นอน
รัฐบาลอนุทิน 2 เริ่มเดินเครื่องทำงานเป็นทางการแล้วครับ หลังประกาศยึด 3 หลักสำคัญ ทั้งการพิทักษ์สถาบัน การยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย และการยืนหยัดบนหลักนิติธรรม ดูเป็นทิศทางที่น่าสนใจ… แต่อย่างว่าแหละครับ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กลับมาครั้งนี้รับมือกับมรสุมระดับโลก ซึ่งกลายเป็นโจทย์หินที่สุดของรัฐบาลชุดนี้ไปแล้ว
พูดถึงเรื่องไวรัลที่กระหึ่มโซเชียลหน่อยดีกว่า จำวลีเด็ดที่เคยหาเสียงได้ไหมครับ? “จนพี่น้องบอก พอแล้ว พอแล้ว พอแล้ว…รวยไม่ไหวแล้ว ไม่มีที่เก็บตังค์แล้ว” ตอนนี้จากคำพูดหาเสียง กลายเป็นเพลง “รวยไม่ไหวแล้วโว้ย” หลากหลายเวอร์ชันที่ชาวบ้านพากันแชร์สนั่น แต่ฟังแล้วมันช่างย้อนแย้งกับความเป็นจริงที่ราคาน้ำมันแพงลิ่ว ข้าวของก็ราคาพุ่งทะยานจนใจหาย
– กลิ่นควันธูปหน้าบ้านข้าง ๆ ยังไม่จางหาย แต่ในหัวผมกลับคิดวนอยู่กับเรื่องราคามะพร้าวน้ำหอมที่ดิ่งเหว และปัญหานอมินีทุนข้ามชาติที่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด
ปัญหาเฉพาะหน้ามันจ่อคิวอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องล้งจีนที่กำหนดราคารับซื้อผลไม้จนชาวสวนกระอักเลือด หรือกระทั่งการบุกรุกพื้นที่ป่าเขาปากเตรียมที่ จ.ระนอง ซึ่งมีการตั้งคำถามถึงเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. ที่ออกกันแบบไม่เกรงใจกฎหมาย เห็นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ มันใช่หน้าที่รัฐบาลหรือเปล่าที่ต้องรีบกระชากหน้ากากไอ้โม่งพวกนี้ออกมาให้ได้ เพราะถ้าปล่อยไว้แบบลูบหน้าปะจมูกไปเรื่อย ๆ เกรงว่าเพลงต่อไปที่ชาวบ้านจะแต่งขึ้นมา อาจจะไม่ใช่เพลงรวยไม่ไหวแล้ว… แต่อาจจะเป็น “พอแล้ว จนไม่ไหวแล้ว ไม่มีตังค์แล้ว” แทน
Misryoum มองว่านี่คือบททดสอบสำคัญของรัฐบาล การบริหารงานต้องไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหรือผลักภาระให้ประชาชนอย่างที่ฝ่ายค้านปรามาสเอาไว้ หวังว่าคงไม่มีใครอยากเห็นวิกฤติกลายเป็นความวิบัติหรอกนะ แต่เอาเถอะ… ตอนนี้ก็ทำได้แค่รอดูต่อไป